สำรองข้อมูลชั้นหนังสืออย่างไร
ชั้นหนังสืออยู่ในเครื่อง และเครื่องก็หาย พัง และถูกเปลี่ยน สำเนาจึงจำเป็น และทำได้สองทางที่แก้คนละปัญหา
สิ่งที่ควรรักษาจริง ๆ คืออะไร
ตัวไฟล์หนังสือไม่ใช่ส่วนที่มีค่าที่สุด เพราะส่วนใหญ่ดาวน์โหลดใหม่ได้ ที่มีค่ากว่าคือสิ่งที่สะสมทับลงไป ได้แก่ ความคืบหน้าในการอ่าน ที่คั่น ไฮไลต์ และโน้ต
ซิงก์ผ่าน Google Drive
ในการตั้งค่ามีการซิงก์ขึ้นคลาวด์ ทำงานผ่าน appDataFolder ซึ่งเป็นโฟลเดอร์บริการของ Drive ที่ไม่ปรากฏในรายการไฟล์ปกติ ในนั้นจะเก็บไฟล์ aurora_reader_sync.json ที่บรรจุข้อมูลชั้นหนังสือ ส่วนตัวหนังสือ ถ้าคุณเปิดให้อัปโหลดด้วย จะไปอยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ Aurora Reader Books แยกต่างหาก
การแยกแบบนี้สะดวก เพราะข้อมูลบริการไม่ไปเกะกะไดรฟ์ ส่วนหนังสือยังเป็นไฟล์ปกติที่มองเห็นได้ถ้าต้องการ
บนเครื่องใหม่แค่เข้าบัญชีเดิมแล้วสั่งกู้คืน ถ้าไม่มีสำเนา แอปจะบอกตรง ๆ ว่าไม่พบข้อมูลสำรองในคลาวด์
ส่งออกเป็นไฟล์
ทางที่สองไม่ต้องพึ่งคลาวด์เลย สิ่งที่สะสมไว้ส่งออกมาเป็นไฟล์ธรรมดาได้
- ไฮไลต์เป็น
highlights_ชื่อหนังสือ.txt - ที่คั่นเป็น
bookmarks_ชื่อหนังสือ.txt - รายชื่อทั้งชั้นเป็นตารางชื่อประมาณ
library_20260907.csv
ไฟล์ CSV เปิดได้ในโปรแกรมตารางทุกตัว รายชื่อหนังสือจึงเก็บไว้ที่ไหนก็ได้ และไม่ต้องผูกกับบริการใด ถ้าคุณจดบันทึกการอ่านแยกอยู่แล้ว วิธีนี้สะดวกกว่าคลาวด์ด้วยซ้ำ
ก่อนจะถอนการติดตั้ง
หนังสือที่นำเข้าแล้วไม่ได้อยู่ใน Downloads แต่อยู่ในโฟลเดอร์ภายในของแอป พอถอนการติดตั้ง โฟลเดอร์นั้นก็ถูกลบไปด้วย และความคืบหน้า ที่คั่น กับไฮไลต์ก็หายไปพร้อมกัน รายละเอียดอยู่ในไฟล์หนังสือเก็บไว้ที่ไหน
นี่คือเหตุผลหลักที่ควรสำรองก่อนคิดว่า “ลองลบแล้วติดตั้งใหม่ดู”
สำรองด้วยมือ
ถ้าไม่อยากยุ่งกับคลาวด์เลย ทางนี้ก็ใช้ได้
- ส่งออกไฮไลต์ ที่คั่น และรายชื่อชั้นหนังสือเป็นไฟล์
- คัดลอกหนังสือไปคอมพิวเตอร์ด้วยสาย วิธีอยู่ในการย้ายหนังสือ
- เก็บสำเนาไว้ที่ที่คุณสะดวก
การกู้คืนแบบนี้ต้องทำเอง คือนำเข้าหนังสือใหม่แล้วตั้งความคืบหน้าเอง